Opaganib ของ RedHill Biopharma สามารถยับยั้งเชื้อ SARS-CoV-2 ได้อย่างสมบูรณ์

Opaganib สามารถยับยั้งการจำลองตัวเองของเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ได้เมื่อทำการวัดผลหลังจากทำการเพาะเชื้อในโมเดลจำลองเนื้อเยื่อของมนุษย์ในหลอดทดลองไปแล้วเป็นเวลา 3 วันเมื่อเปรียบเทียบกับยาเรมดิสิเวียร์ (Remdesivir) ซึ่งเป็นตัวควบคุมบวกในการศึกษานี้ในทางที่ดี

สิ่งที่ทำให้ Opaganib โดดเด่นคือการเป็นยารูปแบบรับประทานทางปากที่อาจจะสามารถใช้รักษาโควิด-19 ได้ ด้วยกลไกการออกฤทธิ์ซึ่งรวมทั้งการกำจัดเชื้อไวรัสและการลดการอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งเป้าไปที่ส่วนประกอบของเซลล์เจ้าบ้าน (Host Cell) และลดโอกาสในการดื้อยา

กำลังมีการศึกษาวิจัยทางคลินิกของ Opaganib ในระยะ 2/3 ทั่วโลก และระยะ 2 ในสหรัฐอเมริกาสำหรับใช้เพื่อรักษาภาวะปอดอักเสบอย่างรุนแรงจากการติดเชื้อโควิด-19

ยา RHB-107 (ยา Upamostat) ยาในลำดับที่สองของ RedHill ที่อาจสามารถใช้รักษาโควิด-19 ได้นั้นเป็นยาใหม่ในกลุ่มที่ทำการยับยั้งเอนไซม์ Serine Protease สามารถยับยั้งการจำลองเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ได้อย่างมากในโมเดลเดียวกัน ซึ่งช่วยสนับสนุนการวางแผนที่จะเริ่มการวิจัยระยะที่ 2/3 ในกลุ่มผู้ป่วยนอกในสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายปี
      

TEL AVIV, Israel และ RALEIGH, N.C., Sept. 11, 2020 (GLOBE NEWSWIRE) — RedHill Biopharma Ltd. (Nasdaq: RDHL) (“RedHill” หรือ ”บริษัท”) ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญพิเศษด้านชีวเภสัชภัณฑ์ ได้ประกาศในวันนี้ว่า Opaganib1 แสดงให้เห็นว่าสามารถยับยั้งเชื้อ SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากการที่สามารถยับยั้งการจำลองตัวเองของเชื้อไวรัสในโมเดลเนื้อเยื่อปอดมนุษย์ในหลอดทดลองได้อย่างสมบูรณ์ Opaganib นั้นเป็นยาตัวแรกในกลุ่ม Sphingosine Kinase-2 (SK2) Selective Inhibitor ซึ่งสามารถรับประทานทางปากที่มีความสามารถในการยับยั้งการอักเสบและการทำงานของไวรัสโดยการมุ่งเป้าไปที่ส่วนประกอบของเซลล์เจ้าบ้านที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการกลายพันธุ์ของไวรัส ทำให้ลดโอกาสในการดื้อยา ปัจจุบัน Opaganib กำลังอยู่ในระหว่างการประเมินจากการศึกษาทางคลินิกในระยะที่ 2/3 ทั่วโลก และระยะที่ 2 ในสหรัฐอเมริกาสำหรับเพื่อใช้ในการรักษาภาวะปอดอักเสบอย่างรุนแรงจากการติดเชื้อโควิด-19

การศึกษา Opaganib ในโมเดล 3D ของเนื้อเยื่อเซลล์บุหลอดลมของมนุษย์ (EpiAirway) เป็นความร่วมมือกับ Center for Predictive Medicine มหาวิทยาลัย Louisville โดยเป็นการจำลองลักษณะสัณฐานและการทำงานของทางเดินหายใจมนุษย์และคล้ายคลึงกับโมเดลที่มีการใช้เมื่อค้นพบเชื้อ SARS-CoV-22 การศึกษานี้ออกแบบมาเพื่อประเมินประสิทธิภาพในหลอดทดลองของ Opaganib ในการยับยั้งการติดเชื้อ SARS-CoV-2 และมีการใช้ยาเรมดิซีเวียร์ (Remdesevir) ซึ่งเป็นยาที่ทราบกลไกการทำงานในการยับยั้งเชื้อไวรัสเพื่อเป็นตัวควบคุมบวก

ผลจากการศึกษานี้แสดงให้เห็นถึงผลการต้านไวรัสที่ชัดเจนและน่าสนใจของ Opaganib ต่อ SARS-CoV-2 Opaganib แสดงให้เห็นถึงการทำงานที่มีศักยภาพสูงสุดเมื่อเทียบกับสารอื่นๆ ทั้งหมดที่ทำการทดสอบ ซึ่งรวมถึงยาเรมดิซีเวียร์ ซึ่งเป็นตัวควบคุมบวก การรักษาเซลล์ที่มีการติดเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 นั้นแสดงผลการยับยั้งการสร้างเชื้อไวรัสตามปริมาณยาที่ได้รับโดยไม่ลดทอนความสมบูรณ์ของเยื่อหุ้มเซลล์ ซึ่งเป็นตัววัดที่แสดงถึงการมีชีวิตของเซลล์และความปลอดภัยของยา ยิ่งแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่จะสามารถนำ Opaganib ไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19

สามารถรับชมภาพประกอบของการประกาศนี้ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/e60ced55-ca9d-4648-81cb-907be7571136

Opaganib ขนาด 1 มก./มล. (ความเข้มข้นตามเภสัชวิทยา) สามารถยับยั้งการจำลองตัวเองของเชื้อไวรัสได้อย่างสมบูรณ์หลังจากการเพาะเชื้อเป็นเวลา 3 วัน ผลการทำงานของ Opaganib ที่มีศักยภาพดีกว่าเมื่อเทียบกับข้อมูลของยาเรมดิซีเวียร์ซึ่งเป็นตัวควบคุมบวกในการศึกษาของ RedHill ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลของยาเรมดิซีเวียร์ที่เผยแพร่3  มีการวางแผนที่จะตีพิมพ์ข้อมูลจากการศึกษานี้ในวารสารที่ผ่านกระบวนการตรวจสอบ

“ก่อนหน้านี้ Opaganib แสดงให้เห็นว่ามีฤทธิ์ในการยับยั้งการอักเสบ และเมื่อรวมกับผลการยับยั้งการทำงานของ SARS-CoV-2 ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วของเรา ทำให้ยามีกลไกในการออกฤทธิ์ทั้ง 2 แบบซึ่งจำเพาะและมีแนวโน้มที่จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อผู้ป่วยโควิด-19 โดยการยับยั้งตัวดำเนินการหลักของการดำเนินโรค ซึ่งก็คือการจำลองตัวเองของไวรัสและการอักเสบของปอด” Mark L. Levitt, M.D., Ph.D., ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ที่ RedHill กล่าว “ข้อมูลที่น่าสนใจเหล่านี้ซึ่งใช้แบบจำลองเนื้อเยื่อทางเดินหายใจของมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับสรีรวิทยาแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ Opaganib ในการยับยั้งการจำลองแบบของไวรัส SARS-CoV-2 อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการยืนยันสมมติฐานที่เป็นหลักในการดำเนินการศึกษาทางคลินิกในระยะ 2/3 ทั่วโลกและระยะ 2 ในสหรัฐอเมริกา และสนับสนุนหลักการและเหตุผลมากขึ้น ดังนั้น เราจึงจะเร่งดำเนินการไปข้างหน้าเพื่อให้ถึงเป้าหมายของเราในการสร้างชุดข้อมูลที่น่าเชื่อถือเพื่อช่วยสนับสนุนการอนุมัติการใช้ยาแบบฉุกเฉินสำหรับการรักษาโควิด-19”

การศึกษาหลากหลายสถาบันทั่วโลก แบบสุ่ม ปกปิดข้อมูลทั้งสองทาง ดำเนินการแบบคู่ขนานระหว่างกลุ่ม และควบคุมด้วยยาหลอกในระยะที่ 2/3 ที่กำลังดำเนินการอยู่ (NCT04467840) ซึ่งทำการประเมินการใช้ Opaganib สำหรับการรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะปอดอักเสบอย่างรุนแรงจากโควิด-19 นั้นยังคงรับสมัครผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและทำการรักษาด้วยการให้ออกซิเจนเสริมจำนวนสูงสุด 270 คน การศึกษาได้รับการอนุมัติในประเทศอิสราเอลเมื่อไม่นานมานี้และได้รับการอนุมัติจากสหราชอาณาจักร อิตาลี รัสเซียและเม็กซิโกแล้ว และกำลังมีการขยายการวิจัยออกไปเพิ่มเติม

ในขณะเดียวกัน ได้มีการศึกษาแบบสุ่ม ปกปิดทั้งสองทาง ควบคุมด้วยยาหลอกในระยะที่ 2 ในสหรัฐอเมริกาควบคู่ไปด้วย (NCT04414618) โดยใช้ Opaganib ในผู้ป่วยที่มีภาวะปอดอักเสบรุนแรงจากโควิด-19 ซึ่งมีผู้สมัครแล้วมากกว่า 50% และคาดการณ์ว่าจะสามารถสิ้นสุดการรับสมัครได้ในไม่กี่สัปดาห์ต่อจากนี้ เมื่อไม่นานมานี้ คณะกรรมการติดตามความปลอดภัยอิสระซึ่งไม่ได้มีการวางแผนล่วงหน้าได้แนะนำให้ทำการศึกษาต่อไปโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง การศึกษา ซึ่งไม่ได้กำหนดอำนาจเพื่อให้มีความสำคัญทางสถิตินั้นตั้งเป้าหมายที่จะรับสมัครผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลและได้รับออกซิเจนเสริมสูงสุด 40 คน

บริษัทกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจากับหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับโอกาสด้านเงินทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนา Opaganib อย่างรวดเร็วสำหรับโอกาสในการขออนุมัติใช้ยาแบบฉุกเฉิน

นอกเหนือจาก Opaganib การศึกษาในหลอดทดลองของ RedHill ยังมีการประเมินการกำจัดเชื้อไวรัสของยาวิจัย RHB-107 (Upamostat) ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ Serine Protease ที่อยู่ในระยะที่ 2 และมีผลลัพธ์ที่แสดงว่าสามารถยับยั้งการจำลองตัวเองของไวรัส SARS-CoV-2 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการวางแผนที่จะเริ่มการวิจัยในระยะที่ 2/3 ของยา RHB-107 ในบริบทผู้ป่วยนอกในสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายปีนี้

“เอนไซม์ Protease ของเซลล์เจ้าบ้านนั้นมีบทบาทสำคัญมากในกระบวนการที่เชื้อ SARS-CoV-2 เข้าสู่เซลล์ โดยทำหน้าที่กระตุ้นโปรตีน Spike (S) ของเชื้อ SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการผสานเยื่อหุ้มเซลล์ของไวรัสและเซลล์เจ้าบ้านในระหว่างการเข้าสู่เซลล์ของไวรัส” Terry F. Plasse MD, ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ที่ RedHill กล่าว “RHB-107 แสดงให้เห็นว่ามีฤทธิ์ในการกำจัดไวรัสได้อย่างดีเยี่ยม โดยสามารถยับยั้งการจำลองตัวเองของไวรัสได้อย่างดีซึ่งสัมพันธ์กับปริมาณยาที่ใช้ตามความเข้มข้นตามเภสัชวิทยา เช่นเดียวกับ Opaganib ยา RHB-107 (Upamostat) นั้นเป็นยาที่สามารถรับประทานทางปากและดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะเหมาะสำหรับใช้ในทั้งบริบทผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก”

ผลจากการศึกษาในระดับพรีคลินิกของ Opaganib และ RHB-107 เป็นผลเบื้องต้นและบริษัทได้รับทราบจากบุคคลที่สามซึ่งเป็นอิสระ ภายหลังจากที่มีการวิเคราะห์เบื้องต้นอย่างเป็นอิสระ และยังคงขึ้นกับการทบทวนและการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมและการทดลองเพื่อสนับสนุนที่อาจเกิดขึ้น

เกี่ยวกับ Opaganib (ABC294640, Yeliva®)
Opaganib เป็นสารเคมีใหม่ ซึ่งเป็นยาที่จดทะเบียน และเป็นยาแรกในกลุ่ม Sphingosine Kinase-2 (SK2) Selective Inhibitor ที่สามารถรับประทานทางปากได้ ที่มีฤทธิ์ต้านมะเร็ง ต้านการอักเสบ และกำจัดเชื้อไวรัส โดยการมุ่งเป้าไปข้อบ่งใช้ในการรักษาโรคมะเร็งหลายชนิด การติดเชื้อไวรัส การอักเสบ และระบบทางเดินอาหาร

Opaganib ได้รับการระบุเป็นยากำพร้า (Orphan Drug) จากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกาสำหรับการเชื้อเพื่อรักษามะเร็งท่อน้ำดีและกำลังได้รับการประเมินในการศึกษาระยะ 2a ของมะเร็งท่อน้ำดีระยะแพร่กระจายและในการศึกษามะเร็งต่อมลูกหมากระยะที่ 2 Opaganib กำลังอยู่ในระหว่างการประเมินจากการศึกษาในระยะที่ 2/3 ทั่วโลก และระยะที่ 2 ในสหรัฐอเมริกาสำหรับเพื่อใช้ในการรักษาการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (โควิด-19)

ข้อมูลในระดับพรีคลินิกแสดงให้เห็นว่า Opaganib มีฤทธิ์ทั้งการต้านการอักเสบและกำจัดเชื้อไวรัส พร้อมทั้งมีศักยภาพในการลดภาวะการอักเสบของปอด เช่น ภาวะปอดอักเสบ และลดการทำลายปิดจากการเกิดพังผืด Opaganib ได้แสดงฤทธิ์กำจัดเชื้อไวรัสต่อเชื้อ SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโควิด-19 โดยสามารถยับยั้งการจำลองตัวเองของเชื้อไวรัสในโมเดลเนื้อเยื่อหลอดลมปอดของมนุษย์ในหลอดทดลองได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากนั้น การศึกษาในหลอดทดลองระดับพรีคลินิก4 ยังได้แสดงให้เห็นว่า Opaganib ลดอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ และช่วยบรรเทาการทำลายปอดจากการติดเชื้อ Pseudomonas Aeruginosa โดยลดระดับของ IL-6 และ TNJ-alpha ใน Bronchoalveolar Lavage Fluids

Opaganib เริ่มต้นพัฒนาโดยบริษัท Apogee Biotechnology ของสหรัฐอเมริกา และมีผ่านการประสบความมากมายจากการศึกษาระดับพรีคลินิกเกี่ยวกับมะเร็งวิทยา การอักเสบ ระบบทางเดินอาหาร และโมเดลการป้องกันรังสี เช่นเดียวกับการศึกษาในระดับคลินิกระยะที่ 1 ในผู้ป่วยมะเร็งชนิดเป็นก้อนระยะลุกลามและการศึกษาระยะที่ 1 เพิ่มเติมในโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมัลติเพิลมัยอิโลมา

ผู้ป่วยโรคโควิด-19 (ตามที่จำแนกโดยการใช้คะแนนของ WHO) นั้นได้รับการรักษาด้วย Opaganib ในโรงพยาบาลชั้นนำในประเทศอิสราเอล ภายใต้โครงการการนำยามาใช้ในผู้ป่วยที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการวิจัย ข้อมูลจากการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ระดับรุนแรงกลุ่มแรกเหล่านี้ด้วย Opaganib นั้นได้รับการเผยแพร่แล้ว2 จากการวิเคราะห์ผลการรักษาแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วย Opaganib ภายใต้โครงการการนำยามาใช้ในผู้ป่วยที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการวิจัยนั้นได้รับประโยชน์ที่สำคัญทั้งในด้านผลลัพธ์ทางคลินิกและตัวชี้วัดการอักเสบเมื่อเปรียบเทียบแบบย้อนหลังกับกลุ่มควบคุมที่ได้รับการจับคู่ภายในโรงพยาบาลเดียวกัน ผู้ป่วยในกลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วย Opaganib ทั้งหมดนั้นได้รับการจำหน่ายออกจากโรงพยาบาลโดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ในขณะที่ผู้ป่วยในกลุ่มควบคุมที่ได้รับการจับคู่ 33% นั้นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ค่ามัธยฐานของเวลาในการหยุดใช้ High-Flow Nasal Cannula นั้นลดลงเหลือ 10 วันในกลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วย Opaganib เมื่อเทียบกับ 15 วันในกลุ่มควบคุมที่ได้รับการจับคู่

การพัฒนา Opaganib นั้นได้รับการสนับสนุนจากกองทุนและสัญญาจากหน่วยงานรัฐบาลทั้งรัฐบาลกลางและจากมลรัฐของสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วย NCI, BARDA, กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา และหน่วยงานการพัฒนายากำพร้าขององค์การอาหารและยา โดยมอบให้แก่ Apogee Biotechnology Corp.

การศึกษาของ Opaganib ที่กำลังดำเนินการอยู่นั้นได้รับการขึ้นทะเบียนใน www.ClinicalTrials.gov ซึ่งเป็นบริการเว็บไซต์โดยสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา โดยเปิดการเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการวิจัยทางคลินิกทั้งที่ได้รับการสนับสนุนโดยภาครัฐและภาคเอกชน

เกี่ยวกับ RHB-107 (Upamostat)
RHB-107 ซึ่งเป็นสารเคมีใหม่นั้นเป็นยาซึ่งมีการจดทะเบียน เป็นยาแรกในกลุ่มที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ Serine Protease หลายเอนไซม์ได้อย่างมีศักยภาพ ซึ่งสามารถรับประทานทางปากได้ ที่แสดงว่ามีฤทธิ์กำจัดเชื้อไวรัสและอาจมีฤทธิ์ในการป้องกันเนื้อเยื่อ การที่มีฤทธิ์รวมทั้งกำจัดไวรัสและโอกาสในการป้องกันเนื้อเยื่อนั้นทำให้ยานี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการประเมินในการรักษาการติดเชื้อโควิด-19 นอกจากนั้น RHB-107 ยังมีโอกาสในการมุ่งเป้ารักษามะเร็ง โรคที่เกิดการอักเสบของปอดและโรคในระบบทางเดินอาหาร และยังผ่านการศึกษาในระยะที่ 1 หลายการศึกษาและการศึกษาในระยะที่ 2 สองการศึกษา แสดงให้เห็นถึงข้อมูลด้านความปลอดภัยทางคลินิกในผู้ป่วยมากกว่า 300 คน RedHill ได้รับสิทธิ์ต่อยา RHB-107 แต่เพียงผู้เดียวทั่วโลก ยกเว้นในประเทศจีน ฮ่องกง ไต้หวันและมาเก๊า จากบริษัท Heidelberg Pharmaceuticals (เดิม WILEX AG) ประเทศเยอรมนี สำหรับข้อบ่งใช้ทุกข้อ

เกี่ยวกับ RedHill Biopharma
RedHill Biopharma Ltd. (Nasdaq: RDHL) เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญพิเศษด้านชีวเภสัชภัณฑ์ ซึ่งเน้นด้านโรคระบบทางเดินอาหารเป็นหลัก RedHill มีการส่งเสริมยาระบบทางเดินอาหาร Movantik®  สำหรับภาวะท้องผูกที่เกิดจากการใช้ยาในกลุ่มโอปิออยด์ในผู้ใหญ่5Talicia® สำหรับการรักษาการติดเชื้อ Helicobacter Pylori (H. pylori) ในผู้ใหญ่6 และ Aemcolo® สำหรับการรักษาภาวะท้องเสียจากการเดินทางในผู้ใหญ่7 โครงการการพัฒนาทางคลินิกในระยะท้ายที่สำคัญของ RedHill ประกอบด้วย: (i) RHB-204 ซึ่งมีการวางแผนทดลองการศึกษาระยะที่ 3 สำหรับการรักษาการติดเชื้อวัณโรค (NTM) ในปอด; (ii) Opaganib (Yeliva®) เป็นยาตัวแรกในกลุ่ม SK2 Selective Inhibitor ซึ่งมุ่งเน้นข้อบ่งใช้หลายข้อ ซึ่งกำลังอยู่ในโครงการการศึกษาระยะที่ 2/3 สำหรับโควิด-19 และการศึกษาระยะที่ 2 สำหรับโรคมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งท่อน้ำดีที่กำลังดำเนินการอยู่; (iii) RHB-104 ซึ่งมีผลในแง่บวกจากการศึกษาในระยะที่ 3 ครั้งแรกสำหรับโรคโครห์น; (iv) RHB-102 (Bekinda®) ซึ่งมีผลในแง่บวกจากการศึกษาในระยะที่ 3 สำหรับการรักษาการติดเชื้อในกระเพาะอาหารและลำไส้และกระเพาะอาหารอักเสบ และผลในแง่บวกจากการศึกษาในระยะที่ 2 สำหรับ IBS-D; (v) RHB-107 เป็นยาที่อยู่ในการศึกษาระยะที่ 2 โดยเป็นยาตัวแรกในกลุ่มที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ Serine Protease มุ่งเป้าที่การใช้รักษาโรคมะเร็งและโรคที่มีการอักเสบในระบบทางเดินอาหารและยังได้รับการประเมินสำหรับโควิด-19 และ (vi) RHB106 เป็นยาลักษณะแคปซูลเพื่อใช้ในการเตรียมลำไส้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัท โปรดไปที่ www.redhillbio.com

ผลจากการศึกษาในระดับพรีคลินิกของ Opaganib และ RHB-107 เป็นผลเบื้องต้นและบริษัทได้รับทราบจากบุคคลที่สามซึ่งเป็นอิสระ ภายหลังจากที่มีการวิเคราะห์เบื้องต้นอย่างเป็นอิสระ และยังคงขึ้นกับการทบทวนและการวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมและการทดลองเพื่อสนับสนุนที่อาจเกิดขึ้น การทบทวนและการวิเคราะห์ดังกล่าวนั้นอาจส่งผลต่อการค้นพบที่ไม่สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่มีการเปิดเผยในเอกสารประชาสัมพันธ์นี้ และอาจไม่สามารถทำซ้ำได้ในการวิจัยพรีคลินิกหรือทางคลินิกในอนาคต  ดังนั้น ผู้ลงทุนจึงไม่ควรพึ่งพาผลลัพธ์ที่อธิบายในเอกสารประชาสัมพันธ์นี้ว่าเป็นข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดของฤทธิ์ในการกำจัดไวรัสของ Opaganib ต่อเชื้อ SARS-CoV-2 และในความเป็นจริงแล้ว Opaganib จะเป็นวิธีการรักษา SARS-CoV-2 ที่มีประสิทธิภาพหรือไม่

This press release contains “forward-looking statements” within the meaning of the Private Securities Litigation Reform Act of 1995. Such statements may be preceded by the words “intends,” “may,” “will,” “plans,” “expects,” “anticipates,” “projects,” “predicts,” “estimates,” “aims,” “believes,” “hopes,” “potential” or similar words. Forward-looking statements are based on certain assumptions and are subject to various known and unknown risks and uncertainties, many of which are beyond the Company’s control and cannot be predicted or quantified, and consequently, actual results may differ materially from those expressed or implied by such forward-looking statements. Such risks and uncertainties include, without limitation, the risk that the Company’s Phase 2/3 study evaluating RHB-107 will not be successful, if conducted at all; the risk the antiviral activity in the in vitro study will not be demonstrated in clinical trials; the risk of a delay in receiving data to support applying for emergency use applications; the risk that the U.S. Phase 2 clinical study evaluating opaganib will not be successful and the risk that completion of enrollment for this clinical study will be delayed; the risk that the Company will not initiate the Phase 2/3 study for opaganib in certain geographies, will not expand this study in additional countries and that it will not be successful; the risk that the Company will not initiate the Phase 2/3 study in COVID-19 with RHB-107 or that it will be delayed;  the risk that other COVID-19 patients treated with opaganib will not show any clinical improvement; the risk that clinical trials with opaganib in Israel, the U.S., Italy, Russia, the UK, Mexico or elsewhere for the treatment of COVID-19, if conducted at all, will not show any improvement in patients; the risk of a delay in applying for emergency use authorizations; the development risks of early-stage discovery efforts for a disease that is still little understood, including difficulty in assessing the efficacy of opaganib for the treatment of COVID-19, if at all; intense competition from other companies developing potential treatments and vaccines for COVID-19; the effect of a potential occurrence of patients suffering serious adverse events using opaganib under compassionate use programs, as well as risks and uncertainties associated with (i) the initiation, timing, progress and results of the Company’s research, manufacturing, preclinical studies, clinical trials, and other therapeutic candidate development efforts, and the timing of the commercial launch of its commercial products and ones it may acquire or develop in the future; (ii) the Company’s ability to advance its therapeutic candidates into clinical trials or to successfully complete its preclinical studies or clinical trials or the development of a commercial companion diagnostic for the detection of Mycobacterium avium subspecies paratuberculosis (MAP); (iii) the extent and number and type of additional studies that the Company may be required to conduct and the Company’s receipt of regulatory approvals for its therapeutic candidates, and the timing of other regulatory filings, approvals and feedback; (iv) the manufacturing, clinical development, commercialization, and market acceptance of the Company’s therapeutic candidates and Talicia®; (v) the Company’s ability to successfully commercialize and promote Movantik®, Talicia® and Aemcolo®; (vi) the Company’s ability to establish and maintain corporate collaborations; (vii) the Company’s ability to acquire products approved for marketing in the U.S. that achieve commercial success and build and sustain its own marketing and commercialization capabilities; (viii) the interpretation of the properties and characteristics of the Company’s therapeutic candidates and the results obtained with its therapeutic candidates in research, preclinical studies or clinical trials; (ix) the implementation of the Company’s business model, strategic plans for its business and therapeutic candidates; (x) the scope of protection the Company is able to establish and maintain for intellectual property rights covering its therapeutic candidates and commercial products and its ability to operate its business without infringing the intellectual property rights of others; (xi) parties from whom the Company licenses its intellectual property defaulting in their obligations to the Company; (xii) estimates of the Company’s expenses, future revenues, capital requirements and needs for additional financing; (xiii) the effect of patients suffering adverse events using investigative drugs under the Company’s Expanded Access Program; and (xiv) competition from other companies and technologies within the Company’s industry. More detailed information about the Company and the risk factors that may affect the realization of forward-looking statements is set forth in the Company’s filings with the Securities and Exchange Commission (SEC), including the Company’s Annual Report on Form 20-F filed with the SEC on March 4, 2020. All forward-looking statements included in this press release are made only as of the date of this press release. The Company assumes no obligation to update any written or oral forward-looking statement, whether as a result of new information, future events or otherwise unless required by law.

หมายเหตุ: เอกสารประชาสัมพันธ์นี้ถูกจัดทำเพื่อจุดประสงค์ด้านการอำนวยความสะดวก และเป็นการแปลจากเอกสารประชาสัมพันธ์ต้นฉบับซึ่งจัดทำโดยบริษัทในรูปแบบภาษาอังกฤษ

การติดต่อของบริษัท:
Adi Frish
รองประธานอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการออกใบอนุญาต
RedHill Biopharma
+972-54-6543-112
adi@redhillbio.com
การติดต่อฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ (สหรัฐอเมริกา):
Timothy McCarthy, CFA, MBA
กรรมการผู้จัดการ ผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้าผู้ประกอบการ
LifeSci Advisors, LLC
+1-212-915-2564
tim@lifesciadvisors.com

________________________________
1
 Opaganib (Yeliva®, ABC294640) เป็นยาใหม่ที่อยู่ในระหว่างการวิจัย ซึ่งยังไม่มีการเผยแพร่ในเชิงพาณิชย์
2 Na Zhu et al. ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่จากผู้ป่วยภาวะปอดอักเสบในประเทศจีน 2019 N Engl J Med 2020;382:727-33.
3 Pruijssers AJ et al. ยาเรมดิซีเวียร์ยับยั้งเชื้อ SARS-CoV-2 ในเซลล์ปอดของมนุษย์และ Chimeric SARS-CoV ที่แสดง SARS-CoV-2 RNA Polymerase ในหนูทดลอง Cell Reports. Vol 32, Issue 3, 107940, 21 กรกฎาคม 2020.
4 Xia C. et al. การยับยั้ง Sphingosine Kinases ชั่วคราวช่วยป้องกันหนูทดลองที่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A Antiviral Res. ตุลาคม 2018; 158:171-177. Ebenezer DL et al. Pseudomonas Aeruginosa กระตุ้นการสร้างนิวเคลียร์ Sphingosine-1-Phosphate และควบคุม Epigenetic ของการบาดเจ็บจากปอดอักเสบ Thorax. มิถุนายน 2019;74(6):579-591.
5 ข้อมูลการสั่งจ่ายยาสำหรับยา Movantik® (Naloxegol) แบบเต็ม โปรดไปที่: www.Movantik.com
6 ข้อมูลการสั่งจ่ายยาสำหรับยา Talicia® (Omeprazole Magnesium, Amoxicillin และ Rifabutin) แบบเต็ม โปรดไปที่: www.Talicia.com
7 ข้อมูลการสั่งจ่ายยาสำหรับยา Aemcolo® (Rifamycin) แบบเต็ม โปรดไปที่: www.Aemcolo.com