Digital Realty รุกตลาดมาเลเซีย เสริมความแข็งแกร่งให้กระดูกสันหลังทางดิจิทัลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Digital Realty รุกตลาดมาเลเซีย เสริมความแข็งแกร่งให้กระดูกสันหลังทางดิจิทัลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


ารเข้าซื้อศูนย์ข้อมูลที่มีการเชื่อมต่อสูงในไซเบอร์จายาขยายขอบเขตของ PlatformDIGITAL® ให้กลายเป็นหนึ่งในตลาดดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ศูนย์ข้อมูล TelcoHub 1 ในไซเบอร์จายา มาเลเซียที Digital Realty เพิ่งเข้าซื้อกิจการล่าสุดเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเชื่อมต่อโครงข่ายใยแก้วนำแสงที่ยังไม่ได้ใช้งานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ ด้วยจำนวนแกนใยแก้วนำแสงมากกว่า 6,000 แกนและผู้ให้บริการเครือข่ายกว่า 40 ราย

ออสติน, เท็กซัส, Jan. 22, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Digital Realty (NYSE: DLR) ผู้ให้บริการโซลูชันศูนย์ข้อมูลที่เป็นกลางทั้งด้านผู้ให้บริการคลาวด์และผู้ให้บริการเครือข่าย การจัดวางเซิร์ฟเวอร์ และการเชื่อมต่อโครงข่ายที่ใหญ่ที่สุด ได้ประกาศในวันนี้ถึงแผนการรุกตลาดมาเลเซีย ผ่านการลงนามในข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ CSF Advisers ซึ่งเป็นเจ้าของศูนย์ข้อมูล TelcoHub 1 ในไซเบอร์จายา อันเป็นหนึ่งในศูนย์กลางศูนย์ข้อมูลที่มั่นคงและมีชื่อเสียงที่สุดในเขตมหานครกัวลาลัมเปอร์ การขยายธุรกิจของ Digital Realty เข้าสู่ตลาดมาเลเซียครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์มในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการรองรับความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่กำลังเติบโตในภูมิภาคนี้

TelcoHub 1 เป็นศูนย์ข้อมูลขนาด 1.5 เมกะวัตต์ที่เปิดดำเนินการอยู่ โดยถือว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเชื่อมต่อโครงข่ายใยแก้วนำแสงที่ยังไม่ได้ใช้งานที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย ซึ่งเป็นจุดรวมของสายใยแก้วนำแสงทั้งระดับภูมิภาคและระดับทางไกลมากกว่า 6,000 แกนที่เชื่อมต่อเข้ามายังศูนย์แห่งนี้ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในศูนย์ข้อมูลที่มีความหนาแน่นของเครือข่ายมากที่สุด โดยเป็นที่ตั้งของผู้ให้บริการเครือข่ายมากกว่า 40 ราย รวมถึงแพลตฟอร์มสำคัญๆ เช่น AWS, Google, MY IX และ DECIX ASEAN อ้างอิงตามข้อมูลจาก peeringdb.com นอกจากการเข้าซื้อ TelcoHub 1 แล้ว Digital Realty ยังได้ตกลงเข้าซื้อที่ดินในบริเวณใกล้เคียงซึ่งสามารถรองรับความต้องการไอทีโหลดได้สูงสุดถึง 14 เมกะวัตต์ เพื่อเป็นการเตรียมการที่ชัดเจนสำหรับการขยายขีดความสามารถในอนาคต

การเข้าซื้อกิจการเหล่านี้คาดว่าจะปิดการซื้อขายได้สำเร็จในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการปิดตามธรรมเนียม

เพื่อเป็นการต่อยอดบนรากฐานนี้ แคมปัสในมาเลเซียจะถูกรวมเข้ากับ PlatformDIGITAL® ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มศูนย์ข้อมูลระดับโลกของ Digital Realty เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีความสอดคล้องกัน ปลอดภัย และเชื่อมต่อถึงกันได้ในขณะที่เวิร์กโหลดด้านดิจิทัลและ AI มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น Digital Realty มีแผนที่จะนำ ServiceFabric® ซึ่งเป็นโซลูชันการเชื่อมต่อโครงข่ายและการประสานการทำงานเข้ามาใช้ในแคมปัสแห่งนี้ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อได้ครอบคลุมทั่วโลกและมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของตนตลอดทั่วทั้งภูมิภาค

ศักยภาพทั้งหมดเหล่านี้จะผสานเข้ากับจุดแข็งเดิมของ CSF เพื่อยกระดับความสามารถของ Digital Realty ให้รองรับได้ทั้งลูกค้าในท้องถิ่นและองค์กรระดับภูมิภาคที่มีฐานหลักอยู่ในสิงคโปร์ โดยนำเสนอขีดความสามารถและการเชื่อมต่อโครงข่ายที่ส่งเสริมกันให้ครอบคลุมทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“มาเลเซียกำลังก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในระบบนิเวศดิจิทัลของภูมิภาคในฐานะไฮเปอร์สเกลเลอร์ องค์กรและแพลตฟอร์มต่างๆ ต่างพากันขยายตัว อีกทั้งความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานได้วิวัฒนาการไปสู่ความยืดหยุ่นที่มากขึ้น การเชื่อมต่อที่มีความครอบคลุม และความพร้อมสำหรับเวิร์กโหลดที่มีความซับซ้อนสูง” Serene Nah กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Digital Realty กล่าว “การก้าวเข้าสู่ตลาดมาเลเซียของเราในครั้งนี้จะเป็นการนำแพลตฟอร์มระดับโลก ความเชี่ยวชาญด้านการดำเนินงาน และแนวทางการลงทุนระยะยาวมาสู่ตลาดท้องถิ่น เพื่อให้การสนับสนุนเป้าหมายด้านดิจิทัลของประเทศ และช่วยกำหนดทิศทางการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาคเพื่ออนาคต”

เมื่อการเข้าซื้อกิจการเสร็จสิ้น คุณ Billy Lee ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ CSF Advisers พร้อมด้วยทีมผู้บริหารท้องถิ่นและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญอีกกว่า 40 ท่านจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Digital Realty ความเชี่ยวชาญที่ผสานกันของทั้งสองฝ่ายจะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนฐานลูกค้าที่หลากหลายของ CSF ซึ่งครอบคลุมทั้งกลุ่มองค์กรธุรกิจ ผู้ให้บริการคลาวด์ และผู้ให้บริการดิจิทัล Digital Realty มีแผนที่จะขยายทีมงานในท้องถิ่นเพิ่มเติมในอนาคตเพื่อรองรับการเติบโตและขนาดการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นต่อไป

“ปัจจุบันประเทศมาเลเซียอยู่ในช่วงของการขยายตัวด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าขีดความสามารถรวมของศูนย์ข้อมูลจะเติบโตจาก 1.26 กิกะวัตต์ในปี 2025 เพิ่มขึ้นเป็น 2.53 กิกะวัตต์ภายในปี 20301 การขยายตัวอย่างต่อเนื่องนี้มีปัจจัยหลักมาจากความต้องการบริการคลาวด์ที่เพิ่มสูงขึ้น, การเร่งตัวของเทคโนโลยี AI, โครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อที่แข็งแกร่ง และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ” นาย Lee กล่าว “พวกเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมกับ Digital Realty และหวังว่าการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะช่วยยกระดับโซลูชันการเชื่อมต่อสำหรับลูกค้า สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถในท้องถิ่น และมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างระบบนิเวศโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของมาเลเซียให้มีความมั่นคงและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

การเข้ารุกตลาดมาเลเซียของ Digital Realty จะเป็นการตอกย้ำถึงพันธสัญญาในการลงทุนระยะยาวภายในประเทศ และช่วยยกระดับมาเลเซียให้เป็นทำเลที่น่าเชื่อถือสำหรับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เชื่อมต่อถึงกันได้ มีความปลอดภัย และมีความพร้อมในด้านความเป็นอิสระของข้อมูลเพื่อรองรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความยั่งยืนจะเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน โดย Digital Realty จะทำงานร่วมกับรัฐบาลมาเลเซียและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนภารกิจลำดับต้นๆ ด้านดิจิทัลของประเทศ และผลักดันแนวปฏิบัติการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในศูนย์ข้อมูล ซึ่งสอดคล้องกับข้อบังคับในท้องถิ่นและเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมระยะยาว

การขยายธุรกิจในมาเลเซียของ Digital Realty จะเป็นการต่อยอดจากรากฐานที่มั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีฐานการดำเนินงานอยู่แล้วในสิงคโปร์และจาการ์ตา บริษัทจะยังคงเดินหน้าประเมินโอกาสต่างๆ ในการขยายขีดความสามารถ ศักยภาพ และการสร้างพันธมิตรในภูมิภาคนี้ ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์ภาพรวมระดับภูมิภาคของบริษัท

เกี่ยวกับ Digital Realty
Digital Realty เชื่อมบริษัทและข้อมูลเข้าด้วยกันผ่านการให้บริการโซลูชันด้านศูนย์ข้อมูล การจัดวางเซิร์ฟเวอร์ และการเชื่อมต่อโครงข่ายอย่างครบวงจร PlatformDIGITAL® เป็นแพลตฟอร์มศูนย์ข้อมูลระดับโลกของบริษัทที่ให้บริการศูนย์กลางข้อมูลซึ่งมีความปลอดภัยให้แก่ลูกค้า พร้อมด้วยระเบียบวิธีจัดการโซลูชัน Pervasive Datacenter Architecture (PDx®) ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว เพื่อเป็นขุมพลังให้แก่การสร้างสรรค์นวัตกรรม ตั้งแต่การใช้งานคลาวด์และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ไปจนถึงเทคโนโลยีเกิดใหม่อย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการจัดการกับความท้าทายเรื่องแรงดึงดูดของข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ Digital Realty ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงชุมชนข้อมูลที่มีการเชื่อมต่อกันอย่างทรงพลังผ่านโครงข่ายศูนย์ข้อมูลระดับโลกที่มีกว่า 300 แห่ง ในพื้นที่เมืองใหญ่กว่า 50 เมือง ครอบคลุมกว่า 25 ประเทศในหกทวีปทั่วโลก หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Digital Realty โปรดไปที่ digitalrealty.com หรือติดตามเราได้บน LinkedIn และ X

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ติดต่อด้านสื่อ
Joyce Ng
Digital Realty
[email protected]

นักลงทุนสัมพันธ์
Jordan Sadler / Jim Huseby
Digital Realty
+1 415 275 5344
[email protected]

ข้อยกเว้นความรับผิด

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีข้อความเชิงคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตซึ่งอ้างอิงจากความคาดหวัง การคาดการณ์ และสมมติฐานในปัจจุบัน ซึ่งมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างไปอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงข้อความที่เกี่ยวข้องกับ PlatformDIGITAL®, การเข้าซื้อกิจการ CSF Advisers ของบริษัท, กลยุทธ์ของบริษัท, ความต้องการของลูกค้าและความคาดหวังในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตลอดจนเป้าหมายด้านความยั่งยืน สำหรับรายการและรายละเอียดเกี่ยวกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนต่างๆ สามารถดูได้จากรายงานและเอกสารอื่นๆ ที่บริษัทได้ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา บริษัทขอปฏิเสธเจตนาหรือความรับผิดชอบใดๆ ในการปรับปรุงหรือแก้ไขแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นผลมาจากข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรือกรณีอื่นใดก็ตาม

1 ข้อมูลจากรายงานของสมาคมศูนย์ข้อมูลแห่งเอเชียแปซิฟิก (กรกฎาคม 2025)

สามารถชมภาพพร้อมประกาศนี้ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/b4f92da6-3511-4448-9c63-51d1b3f92f6f

GlobeNewswire Distribution ID 9628920


ารเข้าซื้อศูนย์ข้อมูลที่มีการเชื่อมต่อสูงในไซเบอร์จายาขยายขอบเขตของ PlatformDIGITAL® ให้กลายเป็นหนึ่งในตลาดดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ศูนย์ข้อมูล TelcoHub 1 ในไซเบอร์จายา มาเลเซียที Digital Realty เพิ่งเข้าซื้อกิจการล่าสุดเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเชื่อมต่อโครงข่ายใยแก้วนำแสงที่ยังไม่ได้ใช้งานที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ ด้วยจำนวนแกนใยแก้วนำแสงมากกว่า 6,000 แกนและผู้ให้บริการเครือข่ายกว่า 40 ราย

ออสติน, เท็กซัส, Jan. 22, 2026 (GLOBE NEWSWIRE) — Digital Realty (NYSE: DLR) ผู้ให้บริการโซลูชันศูนย์ข้อมูลที่เป็นกลางทั้งด้านผู้ให้บริการคลาวด์และผู้ให้บริการเครือข่าย การจัดวางเซิร์ฟเวอร์ และการเชื่อมต่อโครงข่ายที่ใหญ่ที่สุด ได้ประกาศในวันนี้ถึงแผนการรุกตลาดมาเลเซีย ผ่านการลงนามในข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ CSF Advisers ซึ่งเป็นเจ้าของศูนย์ข้อมูล TelcoHub 1 ในไซเบอร์จายา อันเป็นหนึ่งในศูนย์กลางศูนย์ข้อมูลที่มั่นคงและมีชื่อเสียงที่สุดในเขตมหานครกัวลาลัมเปอร์ การขยายธุรกิจของ Digital Realty เข้าสู่ตลาดมาเลเซียครั้งนี้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์มในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการรองรับความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่กำลังเติบโตในภูมิภาคนี้

TelcoHub 1 เป็นศูนย์ข้อมูลขนาด 1.5 เมกะวัตต์ที่เปิดดำเนินการอยู่ โดยถือว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการเชื่อมต่อโครงข่ายใยแก้วนำแสงที่ยังไม่ได้ใช้งานที่ใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย ซึ่งเป็นจุดรวมของสายใยแก้วนำแสงทั้งระดับภูมิภาคและระดับทางไกลมากกว่า 6,000 แกนที่เชื่อมต่อเข้ามายังศูนย์แห่งนี้ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในศูนย์ข้อมูลที่มีความหนาแน่นของเครือข่ายมากที่สุด โดยเป็นที่ตั้งของผู้ให้บริการเครือข่ายมากกว่า 40 ราย รวมถึงแพลตฟอร์มสำคัญๆ เช่น AWS, Google, MY IX และ DECIX ASEAN อ้างอิงตามข้อมูลจาก peeringdb.com นอกจากการเข้าซื้อ TelcoHub 1 แล้ว Digital Realty ยังได้ตกลงเข้าซื้อที่ดินในบริเวณใกล้เคียงซึ่งสามารถรองรับความต้องการไอทีโหลดได้สูงสุดถึง 14 เมกะวัตต์ เพื่อเป็นการเตรียมการที่ชัดเจนสำหรับการขยายขีดความสามารถในอนาคต

การเข้าซื้อกิจการเหล่านี้คาดว่าจะปิดการซื้อขายได้สำเร็จในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการปิดตามธรรมเนียม

เพื่อเป็นการต่อยอดบนรากฐานนี้ แคมปัสในมาเลเซียจะถูกรวมเข้ากับ PlatformDIGITAL® ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มศูนย์ข้อมูลระดับโลกของ Digital Realty เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถติดตั้งโครงสร้างพื้นฐานภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีความสอดคล้องกัน ปลอดภัย และเชื่อมต่อถึงกันได้ในขณะที่เวิร์กโหลดด้านดิจิทัลและ AI มีการขยายตัวเพิ่มขึ้น Digital Realty มีแผนที่จะนำ ServiceFabric® ซึ่งเป็นโซลูชันการเชื่อมต่อโครงข่ายและการประสานการทำงานเข้ามาใช้ในแคมปัสแห่งนี้ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อได้ครอบคลุมทั่วโลกและมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของตนตลอดทั่วทั้งภูมิภาค

ศักยภาพทั้งหมดเหล่านี้จะผสานเข้ากับจุดแข็งเดิมของ CSF เพื่อยกระดับความสามารถของ Digital Realty ให้รองรับได้ทั้งลูกค้าในท้องถิ่นและองค์กรระดับภูมิภาคที่มีฐานหลักอยู่ในสิงคโปร์ โดยนำเสนอขีดความสามารถและการเชื่อมต่อโครงข่ายที่ส่งเสริมกันให้ครอบคลุมทั่วทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“มาเลเซียกำลังก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในระบบนิเวศดิจิทัลของภูมิภาคในฐานะไฮเปอร์สเกลเลอร์ องค์กรและแพลตฟอร์มต่างๆ ต่างพากันขยายตัว อีกทั้งความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานได้วิวัฒนาการไปสู่ความยืดหยุ่นที่มากขึ้น การเชื่อมต่อที่มีความครอบคลุม และความพร้อมสำหรับเวิร์กโหลดที่มีความซับซ้อนสูง” Serene Nah กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Digital Realty กล่าว “การก้าวเข้าสู่ตลาดมาเลเซียของเราในครั้งนี้จะเป็นการนำแพลตฟอร์มระดับโลก ความเชี่ยวชาญด้านการดำเนินงาน และแนวทางการลงทุนระยะยาวมาสู่ตลาดท้องถิ่น เพื่อให้การสนับสนุนเป้าหมายด้านดิจิทัลของประเทศ และช่วยกำหนดทิศทางการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาคเพื่ออนาคต”

เมื่อการเข้าซื้อกิจการเสร็จสิ้น คุณ Billy Lee ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ CSF Advisers พร้อมด้วยทีมผู้บริหารท้องถิ่นและบุคลากรผู้เชี่ยวชาญอีกกว่า 40 ท่านจะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Digital Realty ความเชี่ยวชาญที่ผสานกันของทั้งสองฝ่ายจะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนฐานลูกค้าที่หลากหลายของ CSF ซึ่งครอบคลุมทั้งกลุ่มองค์กรธุรกิจ ผู้ให้บริการคลาวด์ และผู้ให้บริการดิจิทัล Digital Realty มีแผนที่จะขยายทีมงานในท้องถิ่นเพิ่มเติมในอนาคตเพื่อรองรับการเติบโตและขนาดการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นต่อไป

“ปัจจุบันประเทศมาเลเซียอยู่ในช่วงของการขยายตัวด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าขีดความสามารถรวมของศูนย์ข้อมูลจะเติบโตจาก 1.26 กิกะวัตต์ในปี 2025 เพิ่มขึ้นเป็น 2.53 กิกะวัตต์ภายในปี 20301 การขยายตัวอย่างต่อเนื่องนี้มีปัจจัยหลักมาจากความต้องการบริการคลาวด์ที่เพิ่มสูงขึ้น, การเร่งตัวของเทคโนโลยี AI, โครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อที่แข็งแกร่ง และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ” นาย Lee กล่าว “พวกเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมกับ Digital Realty และหวังว่าการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะช่วยยกระดับโซลูชันการเชื่อมต่อสำหรับลูกค้า สนับสนุนการพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถในท้องถิ่น และมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างระบบนิเวศโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของมาเลเซียให้มีความมั่นคงและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

การเข้ารุกตลาดมาเลเซียของ Digital Realty จะเป็นการตอกย้ำถึงพันธสัญญาในการลงทุนระยะยาวภายในประเทศ และช่วยยกระดับมาเลเซียให้เป็นทำเลที่น่าเชื่อถือสำหรับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เชื่อมต่อถึงกันได้ มีความปลอดภัย และมีความพร้อมในด้านความเป็นอิสระของข้อมูลเพื่อรองรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความยั่งยืนจะเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน โดย Digital Realty จะทำงานร่วมกับรัฐบาลมาเลเซียและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนภารกิจลำดับต้นๆ ด้านดิจิทัลของประเทศ และผลักดันแนวปฏิบัติการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในศูนย์ข้อมูล ซึ่งสอดคล้องกับข้อบังคับในท้องถิ่นและเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมระยะยาว

การขยายธุรกิจในมาเลเซียของ Digital Realty จะเป็นการต่อยอดจากรากฐานที่มั่นคงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีฐานการดำเนินงานอยู่แล้วในสิงคโปร์และจาการ์ตา บริษัทจะยังคงเดินหน้าประเมินโอกาสต่างๆ ในการขยายขีดความสามารถ ศักยภาพ และการสร้างพันธมิตรในภูมิภาคนี้ ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์ภาพรวมระดับภูมิภาคของบริษัท

เกี่ยวกับ Digital Realty
Digital Realty เชื่อมบริษัทและข้อมูลเข้าด้วยกันผ่านการให้บริการโซลูชันด้านศูนย์ข้อมูล การจัดวางเซิร์ฟเวอร์ และการเชื่อมต่อโครงข่ายอย่างครบวงจร PlatformDIGITAL® เป็นแพลตฟอร์มศูนย์ข้อมูลระดับโลกของบริษัทที่ให้บริการศูนย์กลางข้อมูลซึ่งมีความปลอดภัยให้แก่ลูกค้า พร้อมด้วยระเบียบวิธีจัดการโซลูชัน Pervasive Datacenter Architecture (PDx®) ที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว เพื่อเป็นขุมพลังให้แก่การสร้างสรรค์นวัตกรรม ตั้งแต่การใช้งานคลาวด์และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ไปจนถึงเทคโนโลยีเกิดใหม่อย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงการจัดการกับความท้าทายเรื่องแรงดึงดูดของข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ Digital Realty ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงชุมชนข้อมูลที่มีการเชื่อมต่อกันอย่างทรงพลังผ่านโครงข่ายศูนย์ข้อมูลระดับโลกที่มีกว่า 300 แห่ง ในพื้นที่เมืองใหญ่กว่า 50 เมือง ครอบคลุมกว่า 25 ประเทศในหกทวีปทั่วโลก หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Digital Realty โปรดไปที่ digitalrealty.com หรือติดตามเราได้บน LinkedIn และ X

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม

ติดต่อด้านสื่อ
Joyce Ng
Digital Realty
[email protected]

นักลงทุนสัมพันธ์
Jordan Sadler / Jim Huseby
Digital Realty
+1 415 275 5344
[email protected]

ข้อยกเว้นความรับผิด

ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้มีข้อความเชิงคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตซึ่งอ้างอิงจากความคาดหวัง การคาดการณ์ และสมมติฐานในปัจจุบัน ซึ่งมีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงแตกต่างไปอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงข้อความที่เกี่ยวข้องกับ PlatformDIGITAL®, การเข้าซื้อกิจการ CSF Advisers ของบริษัท, กลยุทธ์ของบริษัท, ความต้องการของลูกค้าและความคาดหวังในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตลอดจนเป้าหมายด้านความยั่งยืน สำหรับรายการและรายละเอียดเกี่ยวกับความเสี่ยงและความไม่แน่นอนต่างๆ สามารถดูได้จากรายงานและเอกสารอื่นๆ ที่บริษัทได้ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา บริษัทขอปฏิเสธเจตนาหรือความรับผิดชอบใดๆ ในการปรับปรุงหรือแก้ไขแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นผลมาจากข้อมูลใหม่ เหตุการณ์ในอนาคต หรือกรณีอื่นใดก็ตาม

1 ข้อมูลจากรายงานของสมาคมศูนย์ข้อมูลแห่งเอเชียแปซิฟิก (กรกฎาคม 2025)

สามารถชมภาพพร้อมประกาศนี้ได้ที่ https://www.globenewswire.com/NewsRoom/AttachmentNg/b4f92da6-3511-4448-9c63-51d1b3f92f6f

GlobeNewswire Distribution ID 9628920